HP High Pro Equipment Co.,Ltd. LogoHigh Pro Equipment Co.,Ltd.

ลิฟท์ยกรถ 2 เสา: คานบน (Overhead) vs. คานล่าง (Floor Plate) เลือกแบบไหนที่ใช่สำหรับอู่คุณ?

GUIDE
ลิฟท์ยกรถ 2 เสา: คานบน (Overhead) vs. คานล่าง (Floor Plate) เลือกแบบไหนที่ใช่สำหรับอู่คุณ?

"ลิฟท์ยกรถ 2 เสา: คานบน (Overhead) vs. คานล่าง (Floor Plate) เลือกแบบไหนที่ใช่สำหรับอู่คุณ?

สำหรับเจ้าของอู่ซ่อมรถหรือศูนย์บริการ การเลือกลิฟท์ยกรถที่เหมาะสมถือเป็นการลงทุนที่สำคัญ เพราะส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพการทำงาน ความสะดวกของช่าง และที่สำคัญที่สุดคือความปลอดภัย วันนี้เราจะมาเจาะลึกความแตกต่างระหว่างลิฟท์ยกรถ 2 เสาแบบ ""คานบน"" และ ""คานล่าง"" เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

1. ลิฟท์ยกรถ 2 เสา แบบคานบน (Overhead/Clear Floor Lift)

ลิฟท์ชนิดนี้จะมีคานเหล็กเชื่อมต่อเสาทั้งสองต้นไว้ที่ด้านบน โดยที่สายเคเบิลหรือสายไฮดรอลิกจะเดินผ่านคานด้านบนนี้ ทำให้พื้นที่ด้านล่างระหว่างเสาทั้งสองโล่งสนิท

✅ ข้อดี

-พื้นที่ใต้ท้องรถโล่งสนิท

-เหมาะกับงานซ่อมเกียร์/งานหนัก เพราะไม่มีคานด้านล่างขวางทางเดิน ทำให้ช่างทำงานใต้ท้องรถได้อย่างสะดวกและเข้าถึงทุกจุด

- แข็งแรงทนทาน เนื่องจากระบบถูกเชื่อมและยึดเหนี่ยวกันที่ด้านบน ทำให้มีความเสถียรสูง

- ไม่จำเป็นต้องฝังพื้น สามารถติดตั้งบนพื้นคอนกรีตที่ได้มาตรฐานโดยไม่ต้องเจาะหรือทำร่องเดินสายใต้พื้น

❌ ข้อควรพิจารณา

- ความสูงของอาคาร ต้องมีอย่างน้อย 3.5 - 4 เมตร เพื่อให้สามารถยกรถได้เต็มที่และไม่ติดคานบน

- จำกัดความสูงของรถ อาจไม่เหมาะกับการยกรถที่มีหลังคาสูงเป็นพิเศษ หรือรถที่ต้องการเปิดประตู/ฝากระโปรงท้ายได้สูงสุด (คานอาจติด)

- การบำรุงรักษา หากต้องซ่อมแซมระบบที่คานบน อาจต้องใช้บันไดปีนขึ้นไป

2. ลิฟท์ยกรถ 2 เสา แบบคานล่าง (Floor Plate Lift)

ลิฟท์ชนิดนี้ไม่มีคานเชื่อมด้านบน แต่จะมีแผ่นเพลทเหล็กขนาดเล็ก (คานล่าง) วางอยู่บนพื้นระหว่างเสาทั้งสองข้าง เพื่อใช้เป็นทางเดินของสายเคเบิล/สายไฮดรอลิก และเป็นตัวยึดให้เสามีความมั่นคง

✅ ข้อดี

- ไม่ติดความสูงเพดาน เหมาะสำหรับอู่ที่มีความสูงของหลังคาจำกัด หรือต้องการยกรถที่สูงเป็นพิเศษ เช่น รถตู้

- เข้าถึงหลังคาได้ง่าย ไม่มีสิ่งกีดขวางด้านบน ทำให้สะดวกสำหรับการติดตั้งแร็คหลังคา หรือการซ่อมแซมส่วนบนของรถ

- การบำรุงรักษาที่ง่าย ระบบที่สำคัญอยู่ใกล้พื้น ทำให้ดูแลและซ่อมบำรุงได้สะดวกกว่า

❌ ข้อควรพิจารณา

- คานด้านล่าง อาจเป็นอุปสรรคในการเข็นแม่แรงเข้า-ออก หรือทำให้ไม่สะดวกเมื่อต้องทำงานซ่อมเกียร์ หรือซ่อมช่วงกลางใต้ท้องรถบ่อยๆ

- ความทนทานต่อพื้นคอนกรีต การกระจายแรงอาจไม่สมบูรณ์เท่าคานบน หากพื้นคอนกรีตไม่แข็งแรง อาจมีโอกาสที่เสาจะบิดงอได้ง่ายกว่า

สรุป: เลือกแบบไหนดี?

การตัดสินใจขึ้นอยู่กับ ""ประเภทของงาน"" และ ""ข้อจำกัดของพื้นที่"" ในอู่ของคุณ

"

หากอู่ของคุณ... ควรเลือก คานบน (Overhead) ควรเลือก คานล่าง (Floor Plate)

เน้นงานซ่อมใหญ่/ซ่อมเกียร์ ✅ ใช่ เพราะใต้ท้องรถโล่งสุด ❌ ไม่ใช่ คานด้านล่างอาจขวางทาง

มีเพดานสูง (เกิน 3.5 ม.) ✅ ใช่ ใช้ประโยชน์จากพื้นที่ได้เต็มที่ ✅ ใช่ ไม่มีปัญหา

มีเพดานเตี้ย ❌ ไม่ใช่ รถอาจติดคานบน ✅ ใช่ ไม่มีข้อจำกัดด้านความสูง

ซ่อมรถที่สูงมากๆ (เช่น รถตู้) ❌ ไม่ใช่ อาจติดคานบน ✅ ใช่ ยกรถได้สูงกว่า

เน้นความแข็งแรงมั่นคงสูงสุด ✅ ใช่ โครงสร้างสมบูรณ์แบบ

คำแนะนำเพิ่มเติม: ไม่ว่าคุณจะเลือกลิฟท์แบบใด สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องตรวจสอบความหนาและความแข็งแรงของ พื้นคอนกรีต ให้ได้มาตรฐานที่ผู้ผลิตกำหนด

เพื่อให้การยกรถทุกครั้งเป็นไปอย่างปลอดภัยที่สุด!

บทความที่เกี่ยวข้อง